การรักษารากฟันเป็นกระบวนการทางทันตกรรมที่ช่วยรักษาฟันที่มีการติดเชื้อหรือตาย โดยไม่ต้องถอนฟันทิ้ง แต่หลังจากรักษารากฟันแล้ว การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนมักละเลย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบซ้ำ และทำให้ต้องเข้ารับการรักษาใหม่อีกครั้ง
ทำไมการดูแลหลังรักษารากฟันจึงสำคัญ?
แม้ฟันที่ผ่านการรักษารากแล้วจะไม่มีเส้นประสาทอีกต่อไป แต่ก็ยังไม่ใช่ฟันที่ “ปลอดภัย 100%” ฟันซี่นั้นยังคงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากโครงสร้างฟันหลังการรักษารากมักจะ เปราะบางกว่าฟันปกติ และหากไม่ได้รับการปกป้อง เช่น การใส่ครอบฟัน ก็อาจเกิดความเสียหายได้ง่ายกว่าที่คิด
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น หากละเลยการดูแล
หากไม่ได้ใส่ใจดูแลฟันที่ผ่านการรักษาราก หรือปล่อยให้มีแรงกัดแรงเคี้ยวกระทำซ้ำ ๆ โดยไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ ดังนี้:
- การติดเชื้อซ้ำในรากฟัน : เกิดจากแบคทีเรียที่แทรกซึมกลับเข้าไปภายในฟัน อาจต้องเปิดรักษารากใหม่หรือผ่าตัดปลายราก
- ฟันแตก หรือหัก : ฟันที่ไม่มีเส้นประสาทมักไม่มีความยืดหยุ่น หากมีแรงกดที่ไม่สมดุลอาจทำให้ฟันแตกได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ใส่ครอบฟัน
- การอักเสบลุกลามไปยังกระดูกขากรรไกร : หากติดเชื้อซ้ำแต่ไม่ได้รับการรักษาทันเวลา การอักเสบอาจลุกลาม ทำให้เจ็บปวดมากขึ้น และส่งผลต่อสุขภาพช่องปากโดยรวม
- ต้องถอนฟัน และใส่รากฟันเทียมในอนาคต : เมื่อฟันไม่สามารถรักษาไว้ได้ การใส่รากฟันเทียมจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนที่มากกว่าการดูแลหลังรักษารากอย่างเหมาะสม
วิธีดูแลฟันหลังรักษารากฟันอย่างถูกต้อง
1. รักษาความสะอาดช่องปากให้ดีเสมอ
แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วย เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรียโดยรอบฟันที่ได้รับการรักษา
2. หลีกเลี่ยงการใช้ฟันซี่ที่รักษาเคี้ยวของแข็ง
ฟันที่ผ่านการรักษารากจะเปราะบางมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง ๆ เช่น กระดูกแข็ง ถั่ว หรือของเหนียวที่อาจทำให้ฟันแตกได้
3. พบทันตแพทย์เพื่อติดตามผลเป็นระยะ
การตรวจติดตามจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินได้ว่าการรักษารากยังคงได้ผลดีหรือไม่ รวมถึงดูว่ามีการอักเสบซ้ำหรือไม่
4. หากแพทย์แนะนำให้ใส่ครอบฟัน ควรดำเนินการทันที
การใส่ครอบฟันช่วยปกป้องฟันจากแรงบดเคี้ยว และช่วยยืดอายุของฟันที่ผ่านการรักษาราก
5. หลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัด เย็นจัด หรือหวานจัด
อาหารเหล่านี้อาจกระตุ้นให้ฟันที่ยังไม่ฟื้นตัวดีเกิดอาการระคายเคือง และเป็นสาเหตุของการอักเสบได้ในระยะยาว
เรื่องต้องระวังหลัง “รักษารากฟัน” เพื่อไม่ให้เสียฟันไปในภายหลัง
- ทำไมคุณหมอถึงเน้นย้ำว่าต้อง “ครอบฟัน” ทั้งที่รักษาเสร็จแล้วและหายปวดแล้วคะ?
เพราะฟันที่รักษารากแล้วเนื้อฟันจะแห้งและเปราะเหมือนแก้ว หากคุณใช้เคี้ยวอาหารตามปกติโดยไม่มี “ครอบฟัน” มาช่วยกระจายแรงบดเคี้ยว ฟันมีโอกาส “แตกครึ่ง” จนถึงรากสูงมาก ซึ่งถ้าแตกแนวตั้งแบบนั้นคุณหมอจะไม่สามารถซ่อมได้และต้องลงเอยด้วยการถอนทิ้งอย่างน่าเสียดาย
- ช่วงที่รักษารากฟันยังไม่เสร็จ (ยังไม่ได้อุดถาวร) ถ้า “วัสดุอุดชั่วคราว” หลุด ต้องรีบไปหาหมอไหมคะ?
ต้องรีบไปวัสดุอุดชั่วคราวมีหน้าที่กันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียในน้ำลายเข้าไปในคลองรากฟันที่กำลังรักษาอยู่ หากหลุดแล้วปล่อยทิ้งไว้ เชื้อโรคจะกลับเข้าไปติดเชื้อซ้ำ ทำให้งานที่ทำมาทั้งหมดเสียเปล่าและอาจเกิดฝีหนองที่ปลายรากจนปวดรุนแรงได้
- หลังจากรักษารากฟันเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทำไมบางครั้งถึงยังรู้สึก “เจ็บแปล๊บ” เวลาเคี้ยวโดนคะ?
เป็นไปได้ 2 กรณี หนึ่ง คืออาการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบปลายรากที่ยังหลงเหลืออยู่ (มักจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์) หรือ สอง อาจมีรอยร้าวเล็กๆ บนตัวฟัน หากอาการปวดไม่หายไปหลังผ่านไป 2 สัปดาห์ ควรรีบกลับไปให้คุณหมอเช็กเพื่อดูว่ามีฟันร้าวหรือระบบรากฟันซับซ้อนที่ต้องรักษาเพิ่มเติมหรือไม่ - ฟันที่รักษารากไปแล้ว จะเปลี่ยนเป็น “สีคล้ำหรือดำ” ทุกซี่ไหมคะ?
มีโอกาสสูง เพราะฟันไม่มีการหมุนเวียนของเลือดและประสาทฟันแล้ว เนื้อฟันจึงค่อยๆ เปลี่ยนสีคล้ำลง นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่การ “ทำครอบฟันเซรามิก” นอกจากจะช่วยเรื่องความแข็งแรงแล้ว ยังช่วยเรื่องความสวยงาม ปิดบังสีฟันที่คล้ำให้ดูขาวใสเหมือนฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียงด้วย
การดูแลหลังรักษารากฟัน คือกุญแจสำคัญในการยืดอายุการใช้งานของฟัน
การรักษารากฟันเป็นวิธีที่ช่วยเก็บรักษาฟันแท้ไว้ ไม่ต้องถอนออก แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ขั้นตอนการรักษาคือ การดูแลหลังจากนั้น การรักษาความสะอาดในช่องปาก หลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียวเกินไป และ พบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ฟันซี่นั้นยังใช้งานได้ดี ไม่กลับมาอักเสบหรือติดเชื้อซ้ำ เพียงใส่ใจดูแลอย่างถูกวิธี ฟันที่ผ่านการรักษารากก็สามารถอยู่กับคุณไปได้อีกนานอย่างมั่นใจ
หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลหลังรักษารากฟัน หรือต้องการนัดหมายเพื่อตรวจติดตามอาการ คลินิกทำฟัน The Dent Clinic พร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิดด้วยทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง